~[KN.LY.BW] [''... 的个人资料Uu.kwan.uU''[..Learning....照片日志列表 工具 帮助

日志


8月7日

เรียนอย่างไรให้เก่ง

....เรียนอย่างไรให้เก่ง....

 

ความสำเร็จในการเรียน  มิใช่เพียงอาศัยความถนัดและงานหนักเท่านั้น  แต่ยังต้องอาศัยวิธีการเรียนที่มีประสิทธิภาพด้วย  นั่นคือ

            1)  ความถนัด (รวมทั้งการฝึกอบรมล่วงหน้า)                             50% 60%

            2)  การออกแรงพยายาม  ความยึดมั่นเสมอต้นเสมอปลาย  

                 และวิธีการเรียนที่มีประสิทธิภาพ                                            30% - 40%

            3)  โอกาสและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม                                            10% - 15%

  

                                                                                                 ต้องวิเคราะห์วิจัยหาวิธีการของตนเอง

                                วิธีเรียนจากหนังสือเรียน  คือ

1.   อ่านจนจบ แล้วอ่านอีก

2.   ขีดเส้นใต้ข้อความสำคัญและรายละเอียดสำคัญ

3.    อ่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วทำบันทึกเค้าโครงย่อ

ปกตินักศึกษาที่เก่งจะใช้เวลาในห้องเรียนมากกว่าผู้อื่น  และปฏิบัติตนตามโครงการที่มหาวิทยาลัยกำหนจดเล็คเชอร์เต็และนำมา         

อ่าน ทบทวนภายในวันนั้น

  

                                                                                                              ปรับปรุงตนได้อย่างไร

หากประสงค์จะเป็นนักศึกษาที่มีประสิทธิภาพ  ก็ต้องเป็นคนที่มีประสิทธิภาพก่อน  แล้วจัดการวิถีชีวิตให้ถูกต้อง  คือ

1.  วางแผนการเงิน

2.   การดำเนินชีวิต 

3.   อาหารการกิน 

4.   การแต่งกาย 

5.   การออกกำลังกาย

6.    การมาเข้าชั้นเรียนสม่ำเสมอ

7.    ตรงเวลา

8.   ทำงานส่งอาจารย์ตามกำหนด

 

 แผนงานและตารางเวลา

                                เบคอนกล่าวไว้ว่า  ในการศึกษาหากผู้ใดต้องการควบคุมตัวเองก็ต้องจัดเวลาให้ได้

 

เรียนและจำให้ได้

                                ระบบการเรียนที่ดีก็คือ  SQ3R

                                1)  S  =  Survey                          =              สำรวจ

                                2)  Q  =  Asking  Questions       =              ถาม  (หากมีปัญหา)

                                3)  R  =  Reading                        =              อ่าน

                                4)  R  =  Recitation                     =              ท่อง

                                5)  R  =  Review                         =              ทบทวน

**ในการเรียนและการจำ  จะมีอารมณ์เข้าเกี่ยวข้องด้วย  เช่นชอบวิชานี้ไม่ชอบวิชานั้น  จงพยายามอย่าเพิกเฉยต่อวิชาที่ตนไม่ชอบ**